(><")  รายละเอียดรถหาย  (><")

 

มาอัพเดทรายล่ะเอียดไว้สักนิด เผื่อว่าจะได้เป็นอุทาหรณ์ให้กับพี่ๆ เพื่อนๆ และน้องๆค่ะ

วันที่สิบเก้าที่ผ่านมา ตีฟออกจากบ้านไปตั้งแต่ก่อนเก้าโมง เพื่อไปมอบหมายงานให้ลูกน้องก่อนจะไปออกรอบกับเจ้านายเรา (เพื่อนตีฟ) หลังจากที่ไม่ได้เล่นด้วยกันมาเกือบๆสามเดือน ส่วนเราอยู่บ้าน เพราะนัดคนมาตัดหญ้า เสร็จก็ประมาณเที่ยงๆ หลังจากนั้นตัวเราเองก็นัดเจอกับน้องที่ทำงานที่หน้า 7-11 ใกล้ๆคอนโดเมืองเอกเพื่อจะไปเดินซื้อของที่งานอะไรสักอย่างนี่แหล่ะเรียกไม่ถูกที่เมืองทอง ก่อนไปก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูรั้วไว้ เพราะตีฟลืมเอากุญแจรั้วบ้านไป เราเลยแค่ใส่กลอนรั้วไว้ตอนออกจากบ้าน ซึ่งปรกติล๊อคแม่กุญแจ ซึ่งช่วงนี้ฝนตกบ่อยๆ ถ้าเราล๊อคกุญแจ จะต้องเสียเวลาประมาณสามนาทีในการเปิดเพราะกุญแจฝืด

ทีนี้พอประมาณทุ่มเศษเราก็แว่ะเอามอไซค์ที่จอดไว้ข้างคอนโด และขนของที่ซื้อมาจากงาน ซึ่งก็เย่อะและเทอะทะน่าดู ทีนี้แถวบ้านเรามันก็มีซอยที่ทะลุถึงกันได้หลายเส้นทาง (ทะลุไปโครงการอื่นๆได้) พอเราขับมอไซค์มาเข้าเส้นตรงหน้าบ้าน แต่ห่างจากบ้านประมาณสองร้อยเมตร เราก็มองเห็นแสงไฟรถ ขับออกจากแถวๆหน้าบ้านเราแล้วเลี้ยวเข้าซอยตรงเยื้องๆกับหน้าบ้านเรา เราก็คิดแค่ว่า เป็นรถของคุณลุงข้างบ้าน ซึ่งเป็นครอบครัวใหญ่ เป็นครอบครัวคนจีน มีลูกหลานเย่อะ ซึ่งเป็นปรกติประจำทุกวันที่เค้าจะมีลูกหลานแว่ะมาทานเข้าเย็นด้วย เราเลยไม่ได้เอะใจอะไร ก็ขับรถเรามาเรื่อยๆเพราะของเทอะทะเลยขับได้ไม่ไวเท่าไหร่นัก หลังจากมาถึงหน้าบ้าน เห็นประตูรั้วเปิดอ้าอยู่ เราก็นึกว่าตีฟพึ่งเอารถเข้าบ้าน เพราะประตูรั้วบ้าน มันเป็นประตูเหล็กสองบาน ต้องเปิดออกทั้งสองข้างถึงจะเอารถเข้าได้ เราก็เห็นตีฟเดินวนออกมาจากหน้าบ้าน และก็เอ่ะใจนิดนึงว่าทำไมไม่มีรถจอดอยู่ แต่ใจก็ยังคิดใแง่ดี คิดว่าตีฟคงเมาแหง๋ๆ เลยขับรถกลับมาไม่ไหว เลยให้เจ้านายเรามาส่งไรเงี๊ย เลยบอกตีฟว่าช่วยเราเอาของลงรถที เค้าก็ตะโกนสวนมาว่า ฉันจะช่วยเธอได้ไง ไม่รู้ใครขโมยรถไป เราได้ยินก็คิดถึงไอ้รถที่เราเห็นแสงไฟนั่น เราเลยทิ้งของทั้งหมด แล้วก็บอกเค้าว่าเราเห็นมันเลี้ยวไปทางนั้นเมื่อกี๊ (ซอยหน้าบ้านซึ่งปรกติเราไม่ผ่านเพราะหมาไล่กวดประจำ) เราก็ออกรถขับตามไปแบบว่าซิ่งสุดๆ และก็กดมือถือโทรหา 191 (ไม่รู้จะโทรไปเบอร์ไหน จำสโลแกนได้ว่า เหตุด่วน เหตุร้าย แจ้ง 191) มือนึงขับรถ มือหนึ่งโทรศัพท์คุยกับตำรวจ เล่าเหตุหารณ์ให้เค้าฟัง (นับจากตอนเกิดเหตุจนได้คุยกับคุณตำรวจไม่น่าจะเกินห้านาที) เค้าก็แจ้งทุกหน่วยสะกัดรถเอาไว้ แต่น่าเสียดายตรงที่เราทิ้งเอกสารทุกอย่างไว้ที่รถ พอตอนที่ต้องการ เรากลับไม่มีอะไรให้ข้อมูลเค้าเลย นอกจะทำเบียนรถ นึกถึงที่พี่ๆเพื่อนๆเคยบอกว่ามันจะเอาทะเบียนปลอมมาสวม เริ่มถอดใจเลยแต่ก็ไม่หยุดตาม ตามไปถึงปากทางแต่ก็ไร้วี่แวว รถก็เย่อะวันนั้นเพราะมีตลาดนัด ฝนก็ตกปรอยๆ อุปสรรคในการตามหาเย่อะมากๆ ตัดใจกลับรถเพื่อกลับบ้าน เป็นห่วงตีฟขึ้นมา พอกลับมาบ้าน ตู้จดหมายสองใบที่อยู่รั้วบ้านบุบบี้ และอีกหลายอย่าง เพราะตีฟโกรธจัด ชกทุกอย่างที่ขวางหน้า ไอ้ไก่หลงทางก็เกือบโดนเตะไปด้วย พาลมากๆ เราเลยบอกเค้าว่าตั้งสติแล้วเราไปแจ้ความกัน ล๊อคบ้าน เอามอเตอร์ไซค์ออกเอาตีฟซ้อนท้าย (นึกถึงภาพฝรั่งตัวโตๆ น้ำหนักร้อยยี่ิสิบกิโล ขายาว แขนยาว นั่งซ้อนมอไซค์ซิค่ะ ดูไม่จืดและทุลักทุเลแค่ไหน) ระหว่างนั้นคุณตำรวจจาก 191 ก็โทรมาสอบถามข้อมูลเพืิ่มเติมอีกสองครั้ง เราก็ให้ข้อมูลมาที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ตอนนั้น พอไปถึงสถานีย่อยเมืองเอก คุณตำรวจแค่สอบถามและจดรายละเอียดเล็กน้อย และวิทยุเข้าศุนย์ ปรากฏว่าศูนย์บอกว่าทาง 191 ได้ประสานงานให้แล้ว ตอนนี้สะกัดทั้งจังหวัดแล้ว (นั่นขนาดเราแจ้งความหลังเกิดเหตุประมาณห้านาทีน๊ะยังไม่ทันมันเลย) จากนั้นเราต้องนั่งแท๊กซี่เพื่อไปแจ้งความที่ สน.ปากคลองรังสิต ขณะนั้นพี่แท๊กซี่ที่นั่งไปก็แนะนำให้โทรไปแจ้ง สวพ.91 (ใช่เปล่าอ่ะ) และเค้าก็โทรกลับมาเพื่อให้ออกรายการวิทยุสด พูดเสร็จก็ถึง สน.พอดี เราเลยเข้าไปแจ้งความ ขณะกำลังให้ปากคำ รายการร่วมด้วยช่วยกันก็โทรมาขอรายล่ะเอียดด้วยเพราะเพื่อนเรามันแจ้งไปให้....เสร็จก็อยู่ที่นั่นประมาณชั่วโมงได้ ก็ออกมาเรียกรถ ตอนข้าไปมัวแต่คุยโทรศัพท์ เลยไม่ทันสังเกตุว่าทางเข้ามันลึกมากกกกกกกกก  เราโทรเรียกแท๊กซี่ ไม่มีคนรับสาย ฝนก็ตก เราเลยตัดสินใจเดินออกมาถนนใหญ่ โอ้แม่เจ้า สองกิโลเห็นจะได้ มืด เปลี่ยว ฝนตก อะไรกันเนี่ย!!!! กว่าจะได้รถ ตัวเปียกทั้งคู่ กลับถึงบ้านเกือบๆห้าทุ่มได้มั๊ง เรานอนไม่หลับ ตีฟคงเพลียมาก เพราะตากแดดทั้งวันเค้าเลยนั่งอยู่สักครึ่งชั่วโมงแล้วบอกว่าเหนื่อยขอตัวขึ้นบนบ้านนอน ส่วนเรา ตีสามเห็นจะได้กว่าจะหลับ นอนไม่หลับ กังวล นั่งเปิดเน็ตหาข้อมูล จำไม่ได้ว่าเราประกันกับบริษัทไหน และเค้าจะจ่ายเรามั๊ยถ้าเราไม่ได้รถคืน คิดต่างๆนานา คิดไรไปเรื่อยๆ...ตอนนอนก็หลับๆตื่นๆกังวลใจ ได้ยินเสียงก๊อกแก๊กก็ลุกมาเปิดมู่ลี่ดูเผื่อโจรจะกลัยใจเอามาคืน ทุกข์ใจมันเป็นแบบนี้นี่เองเน้าะคนเรา

จากคำบอกเล่าของตีฟ เค้าบอกว่าเค้าเลี้ยวรถมาจอดจ่อประตูรั้วโดยขวางถนนไว้เหมือนทุกครั้งเพื่อจะได้ตรงเข้าประตูรั้วเลย แต่ก่อนจะเสี้ยวก็มองซ้ายขวาแล้ว เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีรถสวนและเวลาเปิดประตูจะได้ไม่ชนใคร บนถนนไม่มีรถใครสวนมา ไม่มีคนทั้งซ้ายและขวา ไม่ได้มองหลังเพราะเป็นบ้านคน แต่ซ้ายขวาบ้านหลังนั้นเป็นป่าหญ้าสูงท่วมหัว และมุมอับเพราะแสงไปส่องไม่ถึง ระหว่างที่เค้าก้มลงเปิดประตูรั้วในเวลาไม่ถึงห้าวินาทีหลังจากลงจากรถ (เท่าที่จำได้รถเราประมาณสามสิบวินาทีระบบล๊อคอัตโนมัติถึงจะทำงาน) เค้าได้ยินเสียงเครื่องยนต์รถเลยหันกลับไปมอง เห็นรถตัวเองถอยหลังเพื่อกลับรถให้ตรงถนน แล้วเลี้ยวขวาออกถนนตรงหน้าบ้านไปเลย ขณะนั้นตกใจ ไม่รู้จะทำไง มันไม่ทันตั้งตัว เราก็มาถึงพอดี

เราสองคนนั่งวิเคราห์กันตลอดทางที่ไปแจ้งความและกลับ ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง ไหนใครว่าไทยคือสยามเมืองยิ้ม ฟังแล้วนึกสะท้อนใจ ว่าเค้าอุตส่าห์ทิ้งบ้านเกิดเค้าที่อยู่มาตั้งห้าสิบกว่าปี เพื่อมาอยู่นี่ รถก็ซื้อด้วยเงินเค้าเอง ไม่ได้โกงใครมา แล้วนี่น่ะเหรอผลตอบแทนที่เค้าได้รับ รู้สึกสงสารตีฟมากๆ รักตีฟมากกว่าเดิมอีก อยากจะปลอบใจให้เค้าหายเร็วๆ วันที่สองไม่เท่าไหร่ วันที่สาม ตีฟตื่นแต่เช้าเหมือนทุกวัน ปรกติจะเปิดโน๊ตบุ๊คทำงานเลยตั้งแต่ตีห้าหกโมง วันนั้นตีฟตื่นมานั่งที่มุมโซฟา นั่งเหม่อมองออกไปถนนหน้าบ้านมองตรงไปยังถนนที่รถเค้าขับหายไป เราก็ต้องเรียกสติเค้ากลับมา ไม่อยากให้เค้าคิดมาก พยายามชวนคุยเรื่องอื่น

สิ่งของที่หายไปกับรถคือ กระเป๋าใส่บัตรเครดิตซึ่งมีบัตรอยู่สี่ใบ เอทีเอ็มหนึ่งใบซึ่งมีเงินที่เตรียมไว้ปลูกบ้านและเงินจากการขายบ้านที่อังกฤษได้ ถุงกอล์ฟพร้อมไม้กอล์ฟครบชุดมูลค่าประมาณหนึ่งแสนบาท เครื่องนำทาง GPS ราคาที่ซื้อมาสองหมื่นกว่า รองเท้าใส่เล่นกอล์ฟ เอกสารทุกอย่างของรถและกรมธรรม์  ใบขับขี่อังกฤษและสากลของตีฟ และอื่นๆอีก นึกในแง่ดี วันนั้นดีน๊ะที่ตีฟลืมโทรศัพท์ไว้บ้านไม่งั๊นก็อีกสองหมื่นกว่า และโน๊ตบุ๊คซึ่งปรกติถ้าแกจะไปออฟฟิศจะต้องเอาไปด้วย แต่วันนั้นไม่ได้เอาไปถ้าเอาไปก็อีกเกือบแสน (ที่ใช้ของดีไม่ใช่เว่อร์ แต่ด้วยตำแหน่งตีฟต้องใช้คอมดีๆ)

ตั้งแต่แจ้งความไปยังไม่ได้วี่แววและการติดต่อกลับใดๆเลย เงียบสนิท

 

ถ้าถามเรา เราอยากได้รถเราคืน ถึงจะได้ยินมาว่าประกันต้องจายคืน 80% ของราคารถ ซึ่งทุนเอาประกันคือหนึ่งล้านบาท แต่รถมันมีคุณค่าทางจิตใจ ของๆใครๆก็รัก ขับมาแปดเดือนไม่เคยเฉี่ยวชน ไม่มีรอยใดๆ อีกอย่าง95% รถจะจอดอยู่ที่บ้าน ไม่คิดไม่ฝันว่ามันจะเกิดกับเรา เราสองคนไม่เคยคิดอยากได้ของใคร ไม่เอาเปรียบใคร แต่ทำไมต้องเป็นเราด้วย อีกอย่างมันคงคิดว่าฝรั่งพูดไทยไม่ได้ ร้องให้คนช่วยไม่ได้ มันเลยทำกับฝรั่ง ไอ้เลว เลวจริงๆ

รายละเอียดรถหาย

 

ก่อนจบบันทึกของวันนี้ ฝากข้อคิดเอาไว้ค่ะว่า อย่าคิดว่าการที่เราเป็นคนดี แล้วทุกคนจะเป็นเหมือนเรา อย่าคิดว่าไอ้การที่เราไม่เคยเบียดเบียนใคร เค้าจะไม่มาเบียดเบียนเราเช่นกัน ให้คิดว่าเราต้องระวังของๆเราไว้ให้ดี เพราะคนที่หากินบนความทุกข์ของคนอื่น มันมีอยู่อีกเย่อะค่ะ

และท้ายที่สุด ขอบคุณค่ะทุกๆความห่วงใยที่ส่งผ่านมาให้ทางคอมเม้นท์ รวมทั้งพี่น้อยจากได http://khunmae.diaryclub.com/ ที่ส่งเสียงและความห่วงใยตามสายมาจากญี่ปุ่นเพราะต้องการจะให้กำลังใจเราสองคน ซาบซึ้งมากๆเลยค่ะ น้ำตาไหล ไม่คิดว่าเราแค่รู้จักกันผ่านตัวหนังสือ จะมีคนที่ห่วงใยเราได้ถึงขนาดนี้ ขอบคุณมากๆน๊ะค่ะ และหนูขอเอาใจช่วยเรื่องสุขภาพของน้องน้ำ และเป็นกำลังใจให้พี่น้อยสู้ๆน๊ะค่ะ

เรามาสู้ไปพร้อมๆกันน๊ะค่ะพี่น้อย

จบค่ะ

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกตัวเลขก่อนส่ง
 

<< July >>

S

M

T

W

T

F

S

29 

30 

5 

10 

11 

12 

13 

14 

15 

16 

17 

18 

19 

20 

21 

22 

23 

24 

25 

26 

27 

28 

29 

30 

31 

<< 2008>>

รายละเอียดรถหาย
วันที่ 19 กรกฎาคม 2551....
อิ่มบุญจริงจริ๊ง
วันหยุดที่ได้หยุดจริงๆ
ยุ่ง ยุ่ง ประชุม ประชุม...
อัพก่อนจะยุ่ง
Happy Father Day At UK
อะไรกันหนักหนา
สบายดีตามฐานะ
หาย
วันหยุดของฉัน
จะเหนื่อยไปถึงไหนกัน
มุมมืดของตัวเรา
อัพถี่ๆ
ก็แค่งานยุ่งล่ะน๊า

หยงเอ้ย..ประกันคงช่วยเราได้นิดหน่อย แต่ของที่เสียไปมันมีคุณค่ากับจิตใจเรามากกว่าเนอะ
เป็นกำลังใจให้น้องและคุณตีฟนะคะ
แต่ยังโชคดีที่มันไม่ทำร้ายคนที่เรารักเนอะ สร้างใหม่ทั้งข้าวของและกำลังใจ มีหนึ่งสมอง สองมือและความจริงใจ แต่ตั้งแต่บัดนี้ต้องรอบคอบกว่านี้
จริงที่หยงบอกอย่าคิดว่าคนจะดีเหมือนเรา ไอ้คนนั้นมันไม่ใช่คนว่ะ
พี่ล่ะกลัวเลยประเทศไทยเมืองยิ้ม
สู้นะน้อง
khunmae.diaryclub.com   
Thu 24 Jul 2008 5:35 [2]

T^T

เป็นกำลังใจให้จริงๆ ค่ะ

คนเรา ... ไว้ใจอะไรไม่ได้จริงๆ ...

ทำไมน้า ??

เฮ้อ ...

สู้ๆ ๆ ๆ... ^^v
[ A P P L E ] waitingfor.diaryclub.com   
Wed 23 Jul 2008 23:51 [1]